รัฐบาลได้กำหนดให้จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะการท่องเที่ยว หัตถอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมซอฟแวร์ เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์เป้าหมายการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยหลักของจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ มีความพร้อมด้านบุคลากร วิชาการ สาธารณูปโภคและสาธารณูปการ พร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางระดับนานาชาติในการจัดการศึกษาและวิจัย เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาเชียงใหม่ให้เป็นศูนย์กลางในด้านต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการสร้างองค์ความรู้ใหม่เพื่อสนับสนุนภาครัฐ เอกชนและชุมชนในเขตภาคเหนือ จึงได้นำเสนอกลยุทธ์เพื่อการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของเชียงใหม่ในยุคเศรษฐกิจใหม่ ในการสัมมนายุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเหนือเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2549 โดยเสนอโครงการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันเน้นการพัฒนากลุ่มแข่งขัน (Competitive Cluster) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หัตถอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมซอฟแวร์ในภาคเหนือพร้อม ๆ กัน และได้นำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยได้รับอนุมัติโครงการในวันที่ 22 กรกฏาคม 2546 เป็นกรอบงบประมาณทั้งสิ้น 464.3 ล้านบาท
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงได้ทำการจัดตั้งวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร สื่อและศิลปะ (College of Arts, Media and ICT) ขึ้น เพื่อบูรณาการสาขาวิชาต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องให้มีความสอดคล้อง (Synergy) เพื่อที่จะทำให้สามารถสนับสนุนด้านวิชาการแก่กลุ่มแข่งขันอุตสาหกรรมในท้องถิ่น รวมทั้งรองรับโครงการด้านการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดเชียงใหม่และรัฐบาลในระยะยาว
สภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ 6/2546 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2546 อนุมัติให้จัดตั้งวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร สื่อและศิลปะ โดยให้แก้ไขชื่อเป็น “วิทยาลัยศิลปะ สื่อและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (College of Arts Media and Technology)” มีฐานะเป็นองค์กรในกำกับมหาวิทยาลัย ในระดับเทียบเท่ากับคณะ ที่ไม่เป็นส่วนราชการตามมาตรา 8 และ 9 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2530 มีการบริหารงานเป็นอิสระจากระบบราชการมีการบริหารและการจัดการเทียบเท่ากับวิทยาลัยนานาชาติของมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เช่น สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธรแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น โดยจะมีการจัดตั้งหน่วยดำเนินการในรูปของสถาบันและศูนย์นานาชาติเพื่อให้การบริหารจัดการมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพต่อไป